มาจะเล่าให้ฟัง “CANCER WITH ME” ส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกคน

CANCER WITH ME-www imurathailand

“CANCER WITH ME” การส่งต่อเรื่องราวของเธอจะเป็นอย่างไรเราไปพบกับเธอได้เลยค่ะ

สวัสดีค่ะชื่อต่ายเจ้าของเพจ “มาจะเล่าให้ฟัง CANCER WITH ME” เป็นผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะ 4 ค่ะมีแรงบันดาลใจจากการป่วยและอยากให้กำลังใจคนที่ป่วยเหมือนกันจึงอยากส่งต่อกำลังใจให้ทุกๆคน

ต่ายเป็นสาววัยทำงานคนนึงที่ชีวิตกำลังไปได้สวยมากๆ ทั้งหน้าที่การงานชีวิตส่วนตัว และที่สำคัญต่ายกำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือน แต่ภารกิจต่างๆต้องถูกพับเก็บไว้ก่อน เนื่องจากหลังวันเกิดอายุ 28 ปีเพียงไม่กี่เดือนต่ายถูกตรวจพบว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ราวๆ 8 cm. อยู่ในช่องอกจากการทำ x-ray ปอดคุณหมอไม่นิ่งนอนใจจับเราทำ CT-SCAN ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจจึงมั่นใจว่าเราเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด (Hodgkin’s) เข้าระยะที่ 4 นอกจากก้อนตรงช่องอก ยังเจอที่ตับด้วยอีกนิดหน่อยตอนนั้นบ้านเราช็อกกันหมดทั้งบ้าน เพราะเราแข็งแรงดีไม่มีสัญญาณใดๆบ่งบอกเลยว่าจะเป็นมะเร็งตอนอายุเท่านี้

แน่นอนวันที่รู้ว่ามะเร็งเข้ามาเยือนตัวเราแล้ว ถ้ามัวแต่ตกใจสติหลุดฟูมฟายคงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแน่ๆ เราตั้งสติศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ทั้งกับญาติๆเราที่เป็นคุณหมอและศึกษาข้อมูลงานวิจัยผ่านทาง Internet รวมถึงทั้งปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้ของเราด้วย คุณหมอบอกว่าเราอาจโชคร้ายที่เป็นมะเร็งแต่ก็ยังโชคดีที่เป็นมะเร็งชนิดนี้ เพราะมะเร็งตัวนี้ตอบสนองต่อยาดีมากๆ ต่อให้เป็นระยะ 4 โอกาสในการหายขาดก็มีมากด้วย เราได้ทั้งกำลังใจจากคนรอบข้างและที่สำคัญคือกำลังใจจากตัวเอง

คุณหมอวางแพลนให้คีโมบำบัดสูตรที่ 1 (จำนวน 6 Cycle) โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 เดือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องเริ่มให้คีโมบำบัดครั้งแรกเราก็ตื่นเต้นมากมันจะแย่ขนาดไหนกันนะได้ยินคนเค้าพูดกันมาว่ามันต้องทรมานอย่างนั้นอย่างนี้สรุปตอนที่ให้ก็เหมือนให้น้ำเกลือปกติเรานั่งคุยกับที่บ้านนั่งทานข้าวอย่างสบายใจแต่หลังจากนั้นประมาณ 3-5 วันเราจะมึนๆต้องรอให้ร่างกายฟื้นตัวก็จะค่อยๆดีขึ้นตามลำดับเราไม่ค่อยแพ้คีโมเท่าไหร่ไม่เคยอาเจียนเลยสักครั้งเวลาเรากำลังรอฟื้นตัวจากคีโมเราก็จะคิดว่าถ้าเราฟื้นตัวแล้วเราจะทำอะไรดีนะใส่ชุดสวยไปเที่ยวไหนดีใส่วิกอันไหนดี
เราให้คีโมตั้งแต่ต้นจนจบเราก็ยังขับรถไปทำงานประจำของเราตามปกตินะเราคิดตลอดว่าไม่เป็นไรรักษาไปเดี๋ยวมันก็ต้องหายเราใช้ชีวิตค่อนข้างปกติมากๆแค่ระวังตัวมากขึ้นเราจะไม่โฟกัสกับตัวโรคมากจนจิตตกเราถือคติที่ว่าใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆวันไม่ว่าจะต้องต่อสู้กับอะไรก็ตาม

ตามคาดเราทำ Pet/CT scan หลังให้ยาเคมีบำบัดไป 3 cycle ผลออกมาดีมากคือก้อนเนื้อยุบลงไปเยอะมากตรงช่องอกจาก 8.8 cmเหลือเพียง 3 cm. กว่าๆเท่านั้นเองตรงตับก็ไม่มีจุดอะไรแล้วแต่โชคอาจไม่เข้าข้างเท่าไหร่เพราะหลังจากจบคอร์สการให้ยา 2 เดือนกลับพบว่าก้อนเนื้อตรงช่องอกกลับยังไม่สงบจริงๆมันยังโตขึ้นมาอีกจากมิลกลับมาเป็นเซนติเมตร แถมยังกระจายไปตรงหลอดลมอีกด้วยคราวนี้ต้องมาวางแผนการรักษาใหม่คือเปลี่ยนยาเคมีบำบัดสูตรใหม่ที่แรงขึ้นกว่าเก่าหลายเท่าตัว + ให้ยามุ่งเป้าร่วมด้วยพร้อมทั้งตัองปลูกถ่ายไขกระดูกอีกโดยของเราสามารถใช้สเต็มเซลล์ของตัวเองในการปลูกถ่ายได้เพราะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและสามารถเก็บสเต็มเซลล์ได้เกินเป้าที่คุณหมอต้องการตอนนั้นคิดในใจเลยว่าดีจังตนเป็นที่พึ่งแห่งตนได้ด้วย

มาถึงวันนี้เรารักษาครบทุกขั้นตอนในระยะเวลา 1 ปีกับอีก 4 เดือนเหลือแค่ยามุ่งเป้าที่ต้องให้ต่ออีกแค่ 6 ครั้งก็ถือว่าจบการรักษาน่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนในระยะเวลาที่⁰ģใจดีตลอดผลเลือดเราสามารถรับคีโมได้ตรงตามเวลาที่คุณหมอกำหนดตลอดไม่เคยเลื่อนการรับคีโมเลยเราคิดว่าถ้ากำลังใจจากตัวเราดีแล้วเราสู้ถึงที่สุดแล้วจะแพ้จะชนะยังไงเราถือว่าเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

ในเรื่องของค่าใช้จ่ายต้องบอกเลยว่ามหาศาลมากแค่คีโมต่อครั้งก็หลักหมื่นยามุ่งเป้าตกขวดละเป็นแสนในแต่ละครั้งเราต้องใช้ยามุ่งเป้าจำนวน 2 ขวดถ้าตีเป็นเงินคงไม่มีใครอยากนับเลยแต่ยังถือว่าเรายังพอโชคดีบ้างที่สิทธิประกันสังคมคอย Support บางส่วนซึ่งถือว่าช่วยได้มากทีเดียวรวมถึงทั้งต่ายยังไม่ประมาทกับชีวิตโดยการทำประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายเอาไว้ตัวเราเองจึงไม่ค่อยเครียดกับค่ารักษามากค่าอาหารเสริมก็หนักเอาการเหมือนกันแต่เราเลือกที่จะยอมจ่ายเพราะเราอาจจะทานอาหารไม่ถึงก็ยังมีอาหารเสริมที่มาคอยช่วยดูแลร่างกายที่โดนคีโมมานับไม่ถ้วนให้ฟื้นตัวไวขึ้นมาบ้าง

สุดท้ายมะเร็งสอนให้ต่ายรู้ว่าชีวิตของเรามีแค่ชีวิตเดียวไม่ควรประมาทต่อชีวิตทุกสิ่งบนโลกล้วนไม่มีความแน่นอนใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขมากที่สุดเพราะเราไม่รู้เลยว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเรา

เมื่อโรคมะเร็งเข้ามาทักทาย สะดุดได้แต่ห้ามล้ม

เมื่อมะเร็งเข้ามาทัก..สะดุดได้แต่ห้ามล้ม-คุณโบ เสาวณิช -เพจแม่บ้านคีโม-www imurathailand

เมื่อโรคมะเร็งเข้ามาทักทาย สะดุดได้แต่ห้ามล้ม

เมื่อมะเร็งเข้ามาทัก..สะดุดได้แต่ห้ามล้ม-คุณโบ เสาวณิช -เพจแม่บ้านคีโม-www imurathailand

ถ้านับเวลาถึงตอนนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 8 ปีเต็มแล้ว ที่ คุณโบ-เสาวณิช ผิวขาว เจ้าของเพจ “แม่บ้านคีโม” เมื่อวันที่โรคมะเร็งเต้านม เข้ามาพรากความสุขและทำให้ชีวิตเอต้องสะดุดจนแทบจะรับมือไม่ไหว

อย่างที่บอกกันว่าโรคร้ายมักไม่มีสัญญาณเตือน … วันนี้เรามีนัดเจอกันที่บ้านหลังกว้าง ที่แบ่งสัดส่วนเป็นร้านอาหารเล็กๆ แบบ Home Kitchen คุณโบ สาวแว่นกลม เจ้าของบ้านและเจ้าของเรื่องราว ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ ยาวนานให้เราได้ฟังกัน…..

ชื่อโบค่ะ..เสาวณิช ผิวขาว เจ้าของ คอลัมน์ “แม่บ้านคีโม” เป็นอดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม และ ปัจจุบันคือ ผู้ป่วยมะเร็งกระดูกระยะลุกลามค่ะ

โบรู้จักและมีโรคมะเร็งเป็นเพื่อน มาเป็นระยะเวลา 8 ปี แล้วค่ะ โบเลือกใช้วิธีการรักษาด้วยการแพทย์ปัจจุบันควบคู่กับการทำจิตใจให้เบิกบาน เลือกทานอาหารที่ปรุงสุขสดใหม่ในทุกๆวัน ด้วยโรคของโบ ไม่สามารถออกกำลังกายเหมือนคนปกติได้ จึงเลือกใช้วิธีการเข้าครัวทำอาหาร เป็นเครื่องมือช่วยให้โบได้ขยับแขน ขยับขา เสมือนได้ออกกำลังไปในตัว จนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติบนพื้นฐานการดูแลสุขภาพที่ดี ค่ะ

อยากแบ่งปันความรู้สึกถึงตอนที่ต้อง เตรียมตัวสำหรับการไปให้คีโมครั้งแรก แล้วต้องรับมือยังไงหลังจากให้แล้ว

ยาตัวแรกที่ต้องใช้สำหรับโบ นั่นคือ “ยาใจ” ค่ะ ซึ่งตัวยานั้นประกอบไปด้วยส่วนผสมหลากหลายชนิด เช่น •ยอมรับ •ปล่อยวาง •เชื่อมั่น •ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมอให้เต็มกำลังความสามารถ

ก่อนการให้เคมีบำบัด ในครั้งแรก โบจะหาข้อมูลจากอินเตอร์เนทเกี่ยวกับวิธีเตรียมร่างกายให้พร้อมและสอบถามผู้ที่เคยมีประสบการณ์ (เพื่อนร่วมโรค) พอประมาณ จะไม่เจาะลึก หรือ หาผลเสียที่จะได้รับจากการให้เคมี มากเกินไปนัก เพราะจะทำให้เราขาดความมั่นใจ ไม่เชื่อมั่นในการรักษา มีภาวะความวิตกกังวลค่อนข้างสูงมากค่ะ หลักๆเลย โบจะใช้วิธีการดูแลเรื่องอาหารการกิน ปรุงสุกสดใหม่ทุกมื้อ เสริมโปรตีนจากพืชและสัตว์เพื่อสร้างเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรงพร้อมรับมือ พักผ่อนให้มากๆ วางใจและเชื่อมั่นในแผนการรักษาของคุณหมอ ที่สำคัญคือ คิดถึงแต่ปัจจุบัน ไม่คิดไปก่อนล่วงหน้า อาทิเช่น คนอื่นบอกว่า ให้เคมีแล้วจะแพ้เคมี ทรมาน เป็นนู่นเป็นนี่ โบจะไม่คิดแบบนั้นค่ะ เพราะ 10 คนที่รักษา ผลข้างเคียงของเคมี จะแตกต่างกันออกไป ไม่เหมือนกันสักคน ความอดทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วย เพราะฉะนั้น ต้องไม่เก็บประโยคเหล่านี้มาบั่นทอนจิตใจตัวเองค่ะ…แล้วการให้เคมีบำบัดครั้งแรกของโบก็ผ่านไป

สำหรับหลังให้เคมีบำบัด โบก็มีอาการข้างเคียงอยู่บ้าง แต่ละรอบอาการข้างเคียงจะไม่เหมือนกันนะคะ โบเลือกที่จะใช้เวลานี้ทำสมาธิ อยู่กับปัจจุบัน แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เฉพาะจุด ณ เวลานั้นๆ เช่นว่า หากมีอาหารเวียนศรีษะ,อาเจียน โบก็จะทานยาแก้อาเจียน เป็นต้น หากปวดบริเวณกระดูกสันหลัง โบก็จะทำสมาธิจับจุดว่าตอนนี้ปวดที่กระดูกหลังนะ จะไม่พาลเผลอคิดไปว่า ฉันปวดขา ปวดแขน ปวดตรงนั้นตรงนี้ เพราะแท้ที่จริงแล้ว เราปวดที่กระดูกสันหลังเพียงที่เดียวเท่านั้น ที่สำคัญคือ หลังให้เคมีบำบัดแล้ว โบจะไม่นอนซมเป็นผักเหี่ยวอย่างแน่นอนค่ะ โบจะพยายามกัดฟัน ลุกขึ้นมาขยับขาขยับแขนผ่านการทำอาหารง่ายๆทานเอง สูดอากาศดีๆยามเช้าและเย็น หรือ เขียนบทความสั้นๆเก็บไว้ถ่ายทอดประสบการณ์ต่อไป โบถือว่า ช่วงเวลาหลังให้เคมีบำบัด คือช่วงเวลาที่โบได้อยู่กับตัวเอง และได้พักผ่อนมากที่สุดแล้วค่ะ

เคยมีคนถามโบว่า ทำไมคีโมมันถึงช่วยโรคมะเร็งได้แค่ 50% อีก 50% คืออะไร

โบบอกได้เลยค่ะว่า เคมีบำบัดช่วยยับยั้งหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายเรา แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ โบมีความเชื่อว่า “หมอใหญ่” คนสำคัญอีกหนึ่งคน คือ “ตัวเรา” โบหมั่นให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอว่า…มะเร็งเป็นเพียงโรคโรคหนึ่ง ที่เราต้องรับมือกับมัน และอย่าคิดว่า หากเป็นแล้วต้องเสียชีวิตอย่างเดียว…ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นโรคนี้กันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น เรา คือ “คนพิเศษ” เราควรมองว่านี่เป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่เราจะสามารถมองหาข้อดีหรือประโยชน์จากการเป็นโรคนี้ได้ยังไงบ้าง ซึ่งการปรับความคิดทัศนคติให้เป็นบวกนั้นเป็น”เครื่องมือ”สำคัญมากในการต่อสู้กับ “โรคมะเร็ง” ค่ะ

โบหวังว่า ” คนพิเศษ ” หลายๆคน ที่ผ่านมาเจอเรื่องราวของโบวันนี้ก้าวผ่านวันคืนไปในทุกๆวัน ด้วยความสุขที่เราต้องมอบให้ตัวเอง เผื่อแผ่ให้คนรอบตัวเรา รอยยิ้มเล็กๆของเรา ก็จะสว่างสดใสในหัวใจตัวเองแล้วยังล้นไปถึงคนรอบตัว…

เชื่อโบเถอะคะ..ว่าเราคือ ” คนพิเศษ “