เคมีบำบัดกับการรักษามะเร็ง

ปัญหาจากการทำคีโม-ปฏิบัติตนตามแพทย์สั่ง-www imurathailand

เคมีบำบัดกับการรักษามะเร็ง

ปัญหาจากการทำคีโม-ปฏิบัติตนตามแพทย์สั่ง-www imurathailand

โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญ โดยมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่

  1. มะเร็งปอด
  2. มะเร็งเต้านม
  3. มะเร็งลำไส้ใหญ่
  4. มะเร็งกระเพาะอาหาร

    ส่วนมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง คือ
    – มะเร็งปอด
    – มะเร็งกระเพาะอาหาร
    – มะเร็งตับ
    – มะเร็งลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ยังมีโรคมะเร็งที่พบได้อีก เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งกระดูก มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ การรักษามะเร็งด้วยยาเคมีบำบัดเป็นรูปแบบการรักษาที่สำคัญและเป็นการรักษาแรกที่นำมาใช้รักษาโรคมะเร็งที่ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง

มะเร็งที่รักษาให้หายขาดได้
โรคมะเร็งที่รักษาให้หายขาดได้ (Curable Cancer) นั้น ส่วนใหญ่ถ้าสามารถวินิจฉัยได้ในระยะเริ่มแรก โดยมากจะรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด เช่น โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น แต่หากวินิจฉัยเมื่อโรคเป็นมากแล้วและมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ มักไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็ง ทำให้โรคมะเร็งบางชนิดที่แม้มีการแพร่กระจายไปแล้วก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยโรคมะเร็งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ (Curable) ด้วยยาเคมีบำบัด ประกอบไปด้วย
1. โรคมะเร็งอัณฑะ
2. โรคมะเร็งเนื้อรก หรือ Choriocacinoma
3. โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด
4. โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด

วิธีการรักษาโรคมะเร็ง

การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาแบบ “สหสาขา” หมายถึง การรักษาโดยทีมแพทย์หลายสาขาร่วมกัน ประกอบด้วย
• แพทย์รังสีวินิจฉัย
• แพทย์รังสีร่วมรักษาช่วยในการวินิจฉัย การตัดชิ้นเนื้อเพื่อการวินิจฉัย การฉีดยาเคมีบำบัดเข้าสู่เส้นเลือดแดงที่เลี้ยงก้อนมะเร็งโดยตรง
• ศัลยแพทย์โรคมะเร็งที่ทำการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออก
• แพทย์ทางรังสีรักษาที่ให้การรักษาด้วยแสงรังสีรักษา
• อายุรแพทย์มะเร็งวิทยาที่ให้การรักษาทางยา ซึ่งประกอบไปด้วย
◦ การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) นับเป็นการรักษาหลักของการรักษาทางยาที่ใช้มากที่สุดในการรักษาโรคมะเร็งปัจจุบัน  โดยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) อาจใช้เป็นการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอย่างเดียว หรืออาจใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับรังสีรักษาที่เรียกว่า Chemoradiation อาจใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยามุ่งเป้า หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้ โดยขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรคมะเร็ง
◦ การรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน (Hormonal Therapy) นับเป็นการรักษาที่ใช้รองลงมาจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
◦ การรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
◦ การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) โดยการพยายามใช้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง

ระยะโรคมะเร็งและแนวทางการรักษา
วิธีการรักษาโรคมะเร็งจะมีแนวทางการรักษาตามระยะของโรคมะเร็งโดยทั่วไปแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่

• โรคมะเร็งระยะที่ 1 – 2 คือ โรคมะเร็งระยะแรกที่สามารถผ่าตัดได้ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องให้การรักษาเสริมภายหลังด้วยยาเคมีบำบัดและ / หรือยาต้านฮอร์โมน ที่เรียกว่า Adjuvant Treatment
• โรคมะเร็งระยะที่ 3 คือ โรคมะเร็งที่มักมีการลุกลามมากขึ้น โดยมีการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงบางรายสามารถผ่าตัดได้ ศัลยแพทย์ก็จะผ่าตัดก่อน หลังการผ่าตัดผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องให้การรักษาเสริมภายหลังด้วยยาเคมีบำบัด และ / หรือรังสีรักษา และ / หรือยาต้านฮอร์โมน  และ / หรือยามุ่งเป้า  เหตุผลที่มีการนำเอายาเคมีบำบัดและยาอื่น ๆ มาให้เสริมหลังผ่าตัดก็เพื่อลดอุบัติการณ์ของการกลับมาของโรคมะเร็งทั้งแบบเฉพาะที่และแบบแพร่กระจาย ซึ่งท้ายที่สุดจะเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตของผู้ป่วย
ในบางรายที่โรคเป็นมากและการผ่าตัดอาจทำได้แต่ผลการรักษาอาจไม่ดีเนื่องจากขนาดก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่จึงมีการนำเอายาเคมีบำบัดมาใช้รักษาในระยะเบื้องต้นก่อนการผ่าตัดเพื่อให้ก้อนเล็กลงทำให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดเก็บอวัยวะหรือผ่าตัดเก็บเต้านมได้ จากนั้นก็ให้การรักษาอื่นตามในภายหลัง

ในบางรายที่โรคเป็นมากและการผ่าตัดอาจทำได้แต่ผลการรักษาอาจไม่ดีเนื่องจากขนาดก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่จึงมีการนำเอายาเคมีบำบัดมาใช้รักษาในระยะเบื้องต้นก่อนการผ่าตัดเพื่อให้ก้อนเล็กลงทำให้ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัดเก็บอวัยวะหรือผ่าตัดเก็บเต้านมได้ จากนั้นก็ให้การรักษาอื่นตามในภายหลัง
• โรคมะเร็งระยะที่ 4 หรือโรคมะเร็งระยะที่ 1 – 3 และมีการกลับมาของโรค ผู้ป่วยจะมีโรคลุกลามมากขึ้นและแพร่กระจายไปอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอด ตับ กระดูก สมอง และที่อื่น ๆ ซึ่งโรคมะเร็งระยะที่ 4 นี้ โรคมะเร็งบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาเคมีบำบัด เช่น โรคมะเร็งอัณฑะ โรคมะเร็งเนื้อรก เป็นต้น

อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งระยะแพร่กระจายนี้ส่วนมากรักษาไม่หายขาดแต่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้หากผู้ป่วยมีกำลังใจดีมีร่างกายที่แข็งแรงและมีภาวะโภชนาการที่ดีพอสมควร แพทย์จะสามารถให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) ที่เป็นการรักษาหลักในการรักษาโรคมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดยยาเคมีบำบัดจะไปหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ทั้งที่อยู่เฉพาะที่และที่แพร่กระจายไป ในปัจจุบันมีการนำยามุ่งเป้าหรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดมาใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง หากการตอบสนองของผู้ป่วยต่อยาเคมีบำบัดและยาที่ใช้ร่วมด้วยนั้นได้ผลดี การรักษาก็จะเพิ่มระยะเวลาการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้และคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้การรักษาอื่นๆของโรคมะเร็งระยะที่ 4 อาจเป็นการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน การรักษาด้วยยามุ่งเป้า หรือ Targeted Therapy และ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) แล้วแต่ชนิดของโรคมะเร็ง

อย่างไรก็ตามหน้าที่การรักษาเป็นของคุณหมอ หน้าที่เตรียมร่างกายเป็นของเรา ให้อิมูร่าดูแลคุณในทุกก่อนและหลังการให้คีโม

 

อาการข้างเคียงหลังทำคีโมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

imura-อาการข้างเคียงหลังทำคีโม-www imurathailand

อาการข้างเคียงหลังทำคีโม ไม่ว่าจะเป็น ร้อนในในช่องปาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อทั้งร่างกาย หรืออาการคลื่นไส้ นอนไม่หลับ ผมร่วง ท้องเสีย ท้องผูก ฝ่ามือ ฝ่าเท้า เหมือนมีเข็มทิ่มแทง

ซึ่งทุกคนก็น่าจะพอทราบแล้วว่า การทำคีโมนั้นคือการฆ่าและทำลายเซลล์ทั้งหมดในร่างกายไม่ว่าเซลล์ดีหรือเซลล์ร้ายจะถูกทำลายทั้งหมด ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับคีโมนั้นจะมีร่างกายและภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าคนปกติทั่วไป เพราะเนื่องจากจำนวนเม็ดเลือดขาวลดต่ำลง จนทำให้ไม่สามารถจัดการกับเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกายได้ดีเหมือนปกติ
ดังนั้นจึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ที่เกิดหลังจากการได้รับเคมีบำบัด หรือ คีโม นั่นเอง อาการต่างๆ มีดังต่อไปนี้

» อาการผมร่วง เพราะคีโมไปทำลายเซลล์รากผม จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลหากมีอาการผมร่วงแสดงว่าร่างกายตอบสนองในการทำเคมีบำบัด
» อาการคลื่นไส้ ที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร เพราะคีโมมาส่วนทำลายผนังของกระเพราะ (อาจจะเกิดขึ้นกับบางราย แต่โดยทั่วไป 80% ของผู้ป่วยที่ได้รับคีโมจะเกิดขึ้น)
» อาหารและลำไส้ ทำให้ท้องเสียง่ายขึ้น คลื่นไส้ง่ายขึ้น บางรายอาจจะมีอาการท้องผูก
» อาการปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ร้อนในขึ้นในปาก คือการอักเสบ เพราะไขกระดูกที่เปรียบเสมือนโรงงานผลิตเม็ดเลือดขาว ถูกทำให้เสียหาย เม็ดเลือดขาวมีจำนวนน้อยลง เมื่อเกราะป้องกันอ่อนแอ ผลคือปวดเมื่อยรุนแรง ฝ่ามือ ฝ่าเท้าจะร้อนวูบวาบ

อาการดังกล่าวที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ประกอบกับความเครียดกังวล ยิ่งทำให้นอนไม่หลับ หลับยาก และหากพักผ่อนน้อยภูมิคุ้มกันก็จะลดลง ทำให้เมื่อเวลาไปตรวจครั้งต่อไปทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด อาจจะมีการรับเคมีต่อไม่ได้ เนื่องจากร่างกายที่อ่อนแอนั่นเอง

ดังนั้นอาการข้างเคียงเหล่านี้ จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายก่อนการทำคีโม และการดูแลหลังทำคีโม อย่าลืมว่า อาการข้างเคียงที่รุนแรง ไม่ได้แปลว่าคีโมได้ผลดีกว่าอาการไม่รุนแรงนะคะ

ข่าวดีคือ สารคีโมจะสลายตัวไปภายในเวลา 7-10 วัน และร่างกายของเราจะเริ่ม “สร้าง” ส่วนต่างๆที่เสียหายไป กลับคืนมา ไม่มีอาหารหรือวิธีการใด สามารถช่วยให้จำนวนเม็ดเลือดขาว เพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น

ร่างกายของเราต้องใช้เวลาในการ “สร้าง” และฟื้นฟู แต่ สิ่งที่เราทำได้ คือการหา “วัตถุดิบ” และ “เครื่องมือ” ที่ดี ให้ร่างกายสร้างไขกระดูก และฟื้นฟูความแข็งแรงของเซลล์ให้กลับมาได้เร็วขึ้น

  • “วัตถุดิบ” ที่ดี คือสารอาหารที่เราเลือกทานหลังทำคีโมนั่นเอง

วัตถุดิบชั้นดีที่ช่วยสร้างไขกระดูกให้กลับมาผลิตเม็ดเลือดขาว คือโปรตีน วิตามิน B12 วิตามิน C และ โฟเลตการเลือกทานอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นเหล่านี้ คือการให้ “วัตถุดิบ” กับร่างกาย

  •  “เครื่องมือ” ที่ใช้แปลง “วัตถุดิบ” ที่ช่วยฟื้นฟูไขกระดูกที่จะไปสร้างเม็ดเลือดขาวกลับมา ก็คือการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ลดความเครียดกังวล เพราะความเครียดสร้างฮอร์โมนเครียดที่เป็นสาเหตุให้ร่างกายนำ “วัตถุดิบ” ที่เราอุตส่าห์ใส่เข้าไปไปใช้ได้ยากขึ้น

ตัวช่วยที่ทำให้นอนหลับดีขึ้น อย่างสาร CBDrive การออกกำลังกายเบาๆอย่างโยคะ และการผ่อนคลายความกังวลด้วยการฝึกสมาธิ เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ร่างกาย กลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

รู้เท่าทันการทำคีโม กับ I.M.U.RA (อิมูร่า)

I.M.U.RA อาหารเสริม สกัดจากธรรมชาติ เพิ่ม NK Cell activity พร้อมResveratrol สกัดจากเปลือกเมล็ดองุ่น, CBDrive วิตามิน B C และ Zinc ทั้งช่วยกำจัดเซลล์ร้าย และฟื้นฟูเซลล์ดี

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนและหลังทำคีโม ด้วย IMURA Chemo Set

วิธีการรับประทาน
ดื่มวันละ 2 ครั้ง 14 วันต่อเนื่อง ก่อนเข้าทำคีโมบำบัด
และ วันละ 2 ครั้ง 14 วันต่อเนื่อง หลังบำบัด
เลขที่ อ.ย. : 1210516150077
ผลิตและจัดจำหน่ายโดย : บริษัท มามาสิตา จำกัด

ผลกระทบหลังทำคีโม ร่างกายจะติดเชื้อได้ง่าย

ผลกระทบหลังทำคีโม-www imurathailand

หลังทำคีโม ร่างกายจะติดเชื้อได้ง่าย1-www imurathailand

หลังทำคีโม ร่างกายจะติดเชื้อได้ง่าย ??

การรับเคมีบำบัดนอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว ยังมีผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่แบ่งตัวเร็วในร่างกายอีกด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ซีด เหนื่อย อ่อนเพลีย มีจุดเลือดจ้ำเลือดตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บปากเจ็บคอ ท้องเสีย อุจจาระมีสีดำ ท้องผูก ผมร่วง

อาการเหล่านี้มักเกิดหลังจากได้รับยาประมาณ 7-14 วัน นอกจากนี้ อาจพบผลข้างเคียงอื่น ๆ เช่น ผิวหนังและเล็บเปลี่ยนสี ฝ่ามือฝ่าเท้ามีสีดำคล้ำและเจ็บ ชาปลายมือปลายเท้า มีเพศสัมพันธ์ได้ยาก มีบุตรยาก และอารมณ์แปรปรวน เป็นต้น

ผลข้างเคียง ที่พบในแต่ละอาการอาจมีความจำเพาะต่อยาแต่ละชนิดหรือขนาดของยาที่ใช้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยแต่ละคนอาจตอบสนองต่อยาชนิดและขนาดเดียวกันแตกต่างกันได้


อาการข้างเคียงเหล่านี้มีหลายอย่างที่ป้องกันได้ โดยแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้พิจารณาให้ยา หรือมาตรการในการป้องกัน อย่างไรก็ตาม ท่านสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ไข บรรเทา หรือป้องกันอาการดังกล่าวได้ ดังนั้น ท่านจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลตัวเองเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการรักษาจากยาสูงสุด โดยมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ตามที่ผู้ป่วยและแพทย์ผู้ทำการรักษาตั้งใจไว้

อาการไข้
อาการไข้ หมายถึง การที่มีอุณหภูมิในช่องปากมากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส เป็นเวลามากกว่าหรือเท่ากับ 1 ชั่วโมง หรือมีอุณหภูมิรักแร้มากกว่าหรือเท่ากับ 37.8 องศาเซลเซียส

สาเหตุ ไข้อาจเป็นอาการนำของภาวการณ์ติดเชื้อ หรืออาการของโรคมะเร็งเอง อาจพบภาวะเม็ดเลือดขาว (ซึ่งทำหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรคต่าง ๆ) ต่ำลงและเกิดการติดเชื้อ

ได้เมื่อท่านได้รับยาเคมีบำบัด สังเกตได้จากอาการไข้ รู้สึกหนาวสั่น เจ็บรอบ ๆ ทวารหนักหลังการให้ยาเคมีบำบัด โดยเฉพาะในช่วง 7-14 วัน หลังได้รับยาเคมีบำบัด

วิธีป้องกันการติดเชื้อโดยทั่วไป

– ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
– หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นไข้หวัดวัณโรค และงูสวัด เป็นต้น
– เมื่อท่านมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนแออัด เช่น ตลาด โรงภาพยนตร์ หรือห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
– ดูแลร่างกายไม่ให้อับชื้น อาบน้ำให้สะอาดทุกวัน โดยใช้สบู่อ่อน ๆ เช่น สบู่เด็ก
– ระมัดระวังการใช้ของมีคมทุกชนิด
– หากถูกของมีคมบาด ให้รีบทำความสะอาดแผลและปิดด้วยผ้าพันแผล
– ควรสวมถุงมือทุกครั้งเพื่อป้องกันการเกิดแผลเวลาทำสวน หรืองานก่อสร้าง
– ทาครีมหรือโลชั่นถนอมผิว เพื่อป้องกันผิวแห้งแตก
– รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด หลีกเลี่ยงของสุก ๆ ดิบ ๆ  หรือของหมักดอง เช่น แหนม ปลาร้า ก้อย ส้มตำ และยำต่าง ๆ เป็นต้น
– เมื่อท่านมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักและผลไม้สด
– แปรงฟันให้สะอาด ด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม
– ควรมีเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดไข้ติดตัวไว้ ถ้าท่านสงสัยว่ามีไข้ควรวัดอุณหภูมิร่างกายเพื่อยืนยันอาการ
– หากมีอาการไข้ภายหลังจากการได้รับยาเคมีบำบัด ให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วน
วิธีการรักษาเมื่อมีไข้
1. รีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดดูว่าเม็ดเลือดขาวต่ำหรือไม่ ถ้าจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำ แพทย์จะฉีดยาปฏิชีวนะให้โดยด่วน และรับตัวไว้รักษาใน

โรงพยาบาลทันที

2. อาจลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่วงเม็ดเลือดขาวต่ำ หรือในระยะเวลาที่มีไข้และเม็ดเลือดขาวต่ำได้ด้วยการฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

ซึ่งขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล

เพราะการทำคีโมบำบัดทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายขึ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อเพราะภูมิคุ้มกันถูกทำลายและผู้ป่วยควรมีการดูแลตัวเองในเรื่องของสุขอนามัยและความสะอาดในชีวิตประจำวัน ระมัดระวังไม่ให้ผิวหนังเกิดบาดแผลหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่เป็นโรคติดต่อ หรืออยู่ในสถานที่แออัด แต่ถ้าการระวังอย่างเดียวไม่เพียงพอ อิมูร่ามีคำตอบ….อิมูร่า นวัตกรรมใหม่ในรูปแบบผง

  • 2 รางวัลการันตีจากประเทศแคนาดาและประเทศเกาหลี
  • สารสกัดจากธรรมชาติเกรดพรีเมี่ยม ที่ช่วยเตรียมพร้อมสำหรับการให้คีโมบำบัดและลดผลข้างเคียงหลังจากการให้คีโมบำบัด
  • ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันเพชฌฆาต NK Cell และ NK Cell Activities ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • Resveratrol ลดการอักเสบในระดับเซลล์ ช่วยให้คุณหมดกังวล ไม่ต้องทรมานจากคีโม ย่นระยะผลข้างเคียง
  • Nano Encapsulated ไม่ให้สารสกัดสลายตัว คงประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายดูดซึมไปสู่เซลล์เป้าหมายได้ดีที่สุด

ข้อมูลบางส่วนคัดกรองมากจาก : chulacancer.ne

วิธีต่อสู้กับโรคมะเร็งแบบไหนดีที่สุด?

อาหารเสริมเพิ่มเม็ดเลือดขาว-สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย-NK CELL-WWW IMMURATHAILAND

วิธีต่อสู้กับโรคมะเร็ง แบบไหนดีที่สุด ?

เป็นคำถามที่คนเป็นมะเร็งทุกคนอยากได้คำตอบมากที่สุดดังนั้นวันนี้แอดมินขอนำสาระดีๆ มาให้ศึกษากันเลยดีกว่าค่ะ ว่าแนวทางการรักษาและการที่เราจะต่อสู้กับโรคมะเร็งมีอะไรกันบ้างไปดูกันค่ะ อาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง-เสริมสร้าง NK Cell-www IMURA THAILAND

  • จะรักษายังไงให้ดีที่สุด สู้กับมันให้ถึงที่สุด
    เมื่อได้ทราบแล้วว่าเป็นโรคมะเร็ง ไม่ว่าใครก็ตามก็มีความกังวลกันทั้งนั้น การรักษา การสู้กับโรค ความจริงแล้ว ไม่ซับซ้อน (แต่มันไม่ง่ายเลย…)
    มันคือการ “กำจัด” และ “จำกัด” เรามาจำกัดความกันสักเล็กน้อย
    “กำจัด” ทำลายเซลล์มะเร็งให้หมดไป
    “จำกัด” ไม่ให้เซลล์มะเร็งโตขึ้น หรือแพร่ไปโตที่อื่นในร่างกาย
  • แผนการในการต่อสู้ของแต่ละบุคคล ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากๆค่ะ
    คุณหมอผู้รักษาดูแล เป็นคนคอยดูอาการ บอกวิธีรักษา และดูแลตัวเอง
    ซึ่งก็ต้องทำตามคุณหมอแนะนำ และเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่จะมาเสริม ช่วยให้เรา กำจัด และจำกัด เซลล์มะเร็งร้าย ได้อีกทางหนึ่งคือการ สร้างภูมิคุ้มกัน เป็นเกราะปราการส่วนตัว ที่จะกำจัด และ “จำกัด” เจ้าเซลล์มะเร็งตัวร้าย นั่นเอง
  • ได้ยินจนชิน แต่ไม่รู้จริงไหม แท้จริงแล้ว ภูมิคุ้มกัน คืออะไร
    เขยิบ มาดูเรื่องภูมิคุ้มกัน กันให้ชัดๆขึ้นอีกซักหน่อย

ภูมิคุ้มกันคืออะไร

หลายๆคนอาจจะได้ยินคำนี้กันจนชิน โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิดระบาดแบบนี้ ภูมิคุ้มกันคือระบบการป้องกันตัวเอง ของร่างกาย ที่จะขจัดสิ่งแปลกปลอม ออกจากร่างกายนั่นเองสิ่งที่ร่างกายเห็นว่าแปลกปลอม เป็นอันตราย ต้องกำจัด ก็ได้แก่ เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย รวมไปถึงเซลล์มะเร็งด้วย

การเป็นไข้ เป็นอาการอย่างหนึ่ง ที่แสดงว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรากำลังทำงาน กำลังสู้อยู่กับสิ่งแปลกปลอม (อย่างไวรัสโรคหวัด) แล้วภูมิคุ้มกัน เกี่ยวข้องอย่างไรกันแน่ กับเซลล์มะเร็ง?

ภูมิคุ้มกันที่เรามีตามธรรมชาติ จริงๆแล้วมีหลายประเภทมากๆ วิธีการทำงานก็ อะเมซิ่ง มหัศจรรย์ ใครมีลูก หลาน คนรู้จัก ลองถามดู มหัศจรรย์จริงๆค่ะ ร่างกายมนุษย์เรา แต่ขอวกกลับมาที่โรคมะเร็งก่อนนะหนึ่งในภูมิคุ้มกันของร่างกาย ก็คือ เซลล์เม็ดเลือดขาว (NK CELL) ซึ่งก็มีหลายประเภทอีกนั่นแหละแต่ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดโรคมะเร็ง กำลังเป็นที่ฮือฮากันอยู่ในวงการมะเร็งศึกษาซึ่งตอนนี้ แพทย์และนักวิจัย มะเร็งวิทยา ทั้งไทย ทั้งเทศ ต่างก็ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลามก็คือเจ้าเซลล์เม็ดเลือดขาว ประเภท NK Cell (เซลล์นักฆ่า Natural Killer Cell)เป็นจุดกำเนิดของการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง แบบ “ภูมิบำบัด” ความพิเศษของ NK Cell ที่ต่างจากเซลล์เม็ดเลือดขาว (T-Cell) คือความว่องไว! ในขณะที่ภูมิฯชนิดเม็ดเลือดขาว แบบ T Cell จะมา “กำจัด” เซลล์ร้าย ต้องรอให้มีสัญญาณบ่งบอกที่เรียกว่า Antigen หรือเรียกง่ายๆว่า แอนติบอดี้ เสียก่อนแต่ NK Cell พระเอกของภูมิบำบัด เจอเซลล์ร้ายปุ๊บ เข้ากำจัดทันที


แล้วเรามี NK Cell เพียงพอแล้วหรือยัง? 


ถ้าอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ แต่ทำไมไม่รู้สึกว่ามีการ “กำจัด” เกิดขึ้นเลยนะ ต้องย้อนกลับมาที่ระดับของ NK Cell ว่ามีพอไหม ! ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่บำบัดรักษาโรคมะเร็งอยู่ มักมีจำนวน NK Cell ไม่เพียงพอ ที่จะกำจัดเซลล์มะเร็งได้ตามธรรมชาติ ร่างกายเรามีปริมาณ NK Cell อยู่ประมาณ 15% และจะมีน้อยลงเมื่อ อายุมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างการสุบบุหรี่


NK Cell ปั่นได้ ในราคาหลักแสน ต่อเข็ม 


ทางการแพทย์เอง ก็มีการทดลองทำอย่างไรนะ ถึงจะสร้าง NK Cell ให้ได้จำนวนมากซึ่งมีทั้งการนำ NK Cell ของคนอื่น ฉีดเข้าผู้ป่วยหรือการนำ NK Cell ของผู้ป่วยเองออกมาเลี้ยงให้ได้จำนวนมากขึ้น แล้วฉีดกลับเข้าร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วย และแน่นอนคือ มีความแพง… ค่าใช้จ่ายสูงลิบ จากการสำรวจราคาตลาดตอนนี้การ “ปั่น” NK cell ใช้ค่าใช้จ่ายหลักแสน ต่อหนึ่งเข็ม และไม่ใช่แค่เข็มเดียว เอาอยู่ มันคือการ “บำบัด” ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องซึ่งถ้ามีกำลังทรัพย์ ก็เป็นทางเลือกที่ สร้างกำลังใจผู้ป่วยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

มีวิธีการสร้าง NK Cell ด้วยตัวเองได้ไหม โดยไม่ต้อง “ปั่น” แล้วฉีด?
คำตอบคือ : มีค่ะ!

มันคือวิธีการทำให้ร่างกายแข็งแรง ที่เราทราบกันดีอยู่แล้วนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกายการลดความเครียด (ตัวร้ายของการทำให้ภูมิฯต่ำเลยล่ะ ความเครียดเนี่ย) การทานอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และอาหารเสริม วิตามินต่างๆ เรามาดูสารอาหารที่ควรทานเพิ่ม คือ Phytonutrients พุ่งเป้าสร้าง NK Cell อาหารอะไรที่ทานแล้ว ช่วยในการสร้าง NK Cell มีสารอาหารจำพวกหนึ่ง ที่ชื่อว่า Phytonutrients มีในอาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวันนี่แหละแต่ประเด็นสำคัญคือ ต้องทานในปริมาณเยอะมากเพราะอาหารหนึ่งอย่าง มีปริมาณ Phytonutrients ไม่เยอะเลย จำนวนน้อยมากจริงๆซึ่งหมายความว่า ต้องทานเป็นจำนวนมากๆๆ กว่าจะได้จำนวนมาเพียงพอที่จะทำให้ร่างกายสร้าง NK Cell ต่อไป


ตัวช่วยในการสร้าง NK Cell ไม่ต้องใช้เงินหลักแสน มีด้วยหรือ?


ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือเลือกอาหารเสริม ที่มี Phytonutrients สกัดจากธรรมชาติ รวมกันมาเป็น อาหารเสริมสูตรที่คิดค้น เพื่อการสร้าง NK Cell โดยเฉพาะ เน้นๆ อย่าง IMURA (อาหารเสริมจากธรรมชาติ อิมูร่า) มีการงานวิจัยรองรับจากสถาบันทางการแพทย์ มีผลการตรวจระดับ NK Cell ก่อนและหลังการทานอาหารเสริม ว่ามีระดับ NK Cell สูงชึ้นจริง พิเศษกว่าอย่างไร มีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน

  • สูตรที่คิดค้นมาเพื่อให้ร่าง สร้าง NK Cell โดยเฉพาะ สกัดจากธรรมชาติทั้งหมด
  • สัดส่วนของสารต่างๆ ที่โฟกัสที่ ปริมาณสารออกฤทธิ์ ตั้งใจให้ร่างกายนำไปใช้ได้มากที่สุด เข้าระบบได้มากที่สุด (บางชนิดทานแล้วไม่ดูดซึมนะ ถ้าสนใจลองค้นเรื่อง bioavailability หรือค่าชีวประสิทธิผล ลองอ่านกันต่อไป)

และที่เป็นตัวเสริมทำให้การสร้าง NK Cell มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการรักษาโรคมะเร็ง คือ สารอาหาร melatonin ที่ช่วยให้นอนหลับสบาย หลับสนิทมากขึ้น ซึ่งจำเป็นมากที่จะให้เวลาร่างกาย พักเต็มที่ สร้างได้เต็มที่ นั่นเอง แน่นอนว่าหากไม่ได้เป็นการฉีดเข้าร่างกายโดยตรง ก็คือการให้ร่างกาย “สร้าง” เอง เพื่อต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง นั่นคือการทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังกล่าวเข้าไปเพื่อให้ร่างกายดูดซึมและนำไปเสริมสร้าง NK Cell การทานควรมีความสม่ำเสมอ

วิธีการทานอาหารเสริม IMURA

ชงกับน้ำสะอาด ดื่มก่อนนอน ทุกวัน เลขที่อ.ย. : 1210516150077 ทานก่อนนอน ทุกวัน เสริมสร้างเซลล์ดี กำจัดเซลล์ร้าย อย่างต่อเนื่อง อาหารเสริม ช่วยสร้าง NK Cell เพิ่มภูมิคุ้มกัน จากสารสกัดจากธรรมชาติ สูตรเฉพาะจากงานวิจัย ที่ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันสูงสุดช่องทางการติดต่อ

สอบถามเพิ่มเติม :
บริษัท มามาสิตา จำกัด
Online Wellness Center ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย
I.M.U.RA
Line: @imuramamasita
Call : 094-986-3178
Inbox : m.me/imuramamasita